Table of Contents

ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊ก Windows ที่เห็นครั้งแรกแล้วต้องหันกลับมามอง HP Spectre x360 น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่ติดอันดับต้น ๆ ได้แบบไม่ยาก

เพราะนี่ไม่ใช่แค่โน้ตบุ๊กที่เน้นความแรง หรือเอาคำว่า “พรีเมียม” มาแปะไว้ข้างกล่องเท่านั้น แต่ HP พยายามใส่รายละเอียดตั้งแต่งานออกแบบ วัสดุ หน้าจอ คีย์บอร์ด ไปจนถึงความสามารถในการพับจอได้ 360 องศา ทำให้เครื่องเดียวสามารถสลับบทบาทระหว่าง Laptop, Tablet และหน้าจอสำหรับพรีเซนต์หรือดูคอนเทนต์ ได้ตามสถานการณ์

คำถามคือ…ความสวยจะแลกมาด้วยการใช้งานที่ไม่สะดวกหรือเปล่า? และ HP Spectre x360 ดีพอที่จะเป็นโน้ตบุ๊กเครื่องหลักได้จริงไหม?

มาดูกัน

ดีไซน์คือจุดที่ Spectre x360 เรียกคะแนนตั้งแต่ยังไม่เปิดเครื่อง

เสน่ห์ของ Spectre x360 อยู่ที่การออกแบบซึ่งไม่พยายามทำตัวเหมือนโน้ตบุ๊กสำนักงานทั่ว ๆ ไป

ตัวเครื่องมาในแนวทางเรียบหรู ใช้เส้นสายที่ดูสะอาด แต่แฝงรายละเอียดเล็ก ๆ เอาไว้ตามขอบและมุม โดยเฉพาะมุมด้านหลังที่ถูกตัดเฉียงจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Spectre มาหลายรุ่น

มันไม่ได้ดูหวือหวาแบบ Gaming Notebook และไม่ได้มินิมอลจนแทบไม่มีบุคลิก แต่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคำว่า “Professional” กับ “Luxury” ได้ค่อนข้างลงตัว

Tom’s Hardware ชื่นชมงานประกอบโลหะและความแข็งแรงของตัวเครื่อง ขณะที่ Laptop Mag ก็ยกเรื่องดีไซน์เป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Spectre x360 รุ่นปี 2024

ถ้าคุณเป็นคนประเภทที่เลือกโน้ตบุ๊กโดยสนใจทั้งสเปกและความรู้สึกเวลาหยิบเครื่องออกจากกระเป๋า Spectre x360 มีโอกาสสูงมากที่จะทำให้ถูกใจตั้งแต่แรกเห็น

พับ 360 องศา ไม่ได้มีไว้แค่โชว์

คำว่า x360 ในชื่อไม่ได้ตั้งมาให้ดูเท่ เพราะบานพับของเครื่องสามารถหมุนหน้าจอได้รอบจนเปลี่ยนจากโน้ตบุ๊กธรรมดาให้กลายเป็นอุปกรณ์หลายรูปแบบ

เวลาทำงานก็ใช้แบบ Laptop Mode ตามปกติ

อยากดู Netflix หรือ YouTube บนโต๊ะ สามารถพับเป็น Tent Mode เพื่อให้หน้าจออยู่ใกล้สายตามากขึ้นโดยไม่ต้องมีคีย์บอร์ดขวาง

ถ้าต้องพรีเซนต์งาน สามารถกลับจอออกด้านนอกได้ ส่วนคนที่ชอบจดโน้ตหรือสเก็ตช์งานก็สามารถพับลงจนกลายเป็น Tablet Mode และใช้งานร่วมกับปากกาที่รองรับได้

นี่คือจุดที่ 2-in-1 เริ่มมีความหมายจริง ๆ เพราะแทนที่จะต้องพกโน้ตบุ๊กกับแท็บเล็ตแยกสองเครื่อง Spectre x360 พยายามรวมทั้งสองโลกเอาไว้ในอุปกรณ์เดียว

แน่นอนว่าเครื่องน้ำหนักระดับประมาณ 1.45 กิโลกรัมตามสเปกของ HP ในบางคอนฟิก ย่อมไม่เบาเท่าแท็บเล็ตแท้ ๆ เมื่อต้องถือด้วยมือเดียวเป็นเวลานาน แต่สำหรับการวางบนโต๊ะ จดโน้ต อ่านเอกสาร หรือเซ็นงานเป็นครั้งคราว ความยืดหยุ่นแบบนี้ถือว่ามีประโยชน์มากทีเดียว

จอ OLED 2.8K คือหนึ่งในพระเอกตัวจริง

เปิดฝาขึ้นมาแล้วอีกสิ่งที่ขโมยความสนใจทันทีคือหน้าจอ

ในสเปกของ Spectre x360 14 รุ่น 14-eu0000 มีตัวเลือกหน้าจอ OLED ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K หรือ 2880 x 1800 พิกเซล รองรับระบบสัมผัส อัตรารีเฟรชแบบแปรผัน 48–120Hz และขอบเขตสี 100% DCI-P3 ในพาเนลที่ระบุโดย HP

แปลเป็นภาษาคนใช้งานก็คือ…

ภาพคม สีสด สีดำดำสนิทแบบที่ OLED ควรจะเป็น และการเลื่อนหน้าเว็บหรือหน้าจอต่าง ๆ สามารถดูไหลลื่นกว่าจอ 60Hz ทั่วไป

อัตราส่วนหน้าจอ 16:10 ยังให้พื้นที่แนวตั้งมากกว่า 16:9 แบบดั้งเดิม เหมาะกับงานเอกสาร เปิดเว็บไซต์ เขียนโค้ด แต่งภาพ หรือใช้งานหลายหน้าต่างพร้อมกัน

ไม่แปลกที่หลายรีวิวจะยกหน้าจอ OLED ให้เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สุดของเครื่อง โดยทั้ง Laptop Mag และ Tom’s Hardware ต่างกล่าวในทางบวกเกี่ยวกับคุณภาพของจอรุ่นนี้

คนที่ทำงานสายคอนเทนต์ ดูหนังบ่อย หรือแค่เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพหน้าจอ น่าจะรู้สึกถึงความแตกต่างได้ชัดเจน

Core Ultra + Intel Arc แรงพอสำหรับชีวิตประจำวันแบบเหลือ ๆ

ความพรีเมียมจะไม่มีความหมายมากนักถ้าเครื่องสวยแต่ใช้งานแล้วอืด

Spectre x360 14 รุ่นดังกล่าวจึงมาพร้อมตัวเลือกหน่วยประมวลผลอย่าง Intel Core Ultra 5 125H และ Core Ultra 7 155H พร้อมกราฟิก Intel Arc ในตัว รองรับ RAM แบบ LPDDR5x สูงสุด 32GB และ SSD PCIe Gen 4 สูงสุด 2TB ตามคอนฟิกของซีรีส์

สำหรับงานทั่วไปตั้งแต่เปิดเว็บหลายสิบแท็บ ประชุมออนไลน์ ทำเอกสาร Photoshop งานกราฟิก ไปจนถึงตัดต่อวิดีโอระดับไม่หนักมาก สเปกระดับนี้ถือว่าสบาย

Intel Arc รุ่นใหม่ยังมีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้นจากกราฟิกออนบอร์ด Intel ในยุคก่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแทน Gaming Notebook ที่มีการ์ดจอแยกก็ตาม

ดังนั้น หากเป้าหมายคือซื้อเครื่องมาเล่นเกม AAA ด้วยกราฟิกระดับ Ultra นี่อาจไม่ใช่สายของ Spectre

แต่ถ้าต้องการ โน้ตบุ๊กทำงานพรีเมียมที่มีพลังเพียงพอสำหรับงานสร้างสรรค์และความบันเทิงหลังเลิกงาน มันตอบโจทย์มากกว่า

Webcam 9MP จุดเล็ก ๆ ที่คนประชุมออนไลน์น่าจะชอบ

อีกจุดที่น่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อคือกล้องหน้า

HP ให้กล้อง 9MP IR Camera พร้อม Camera Shutter มาใน Spectre x360 14 บางคอนฟิก ซึ่งถือว่าความละเอียดสูงกว่า Webcam 1080p ที่พบได้ทั่วไปในโน้ตบุ๊กจำนวนมาก

สำหรับยุคที่ Zoom, Microsoft Teams และ Google Meet กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงาน กล้องที่ดีไม่ใช่ฟีเจอร์ฟุ่มเฟือยอีกต่อไป

Laptop Mag ถึงกับยก Webcam ให้เป็นหนึ่งในจุดเด่นของรุ่นปี 2024 ขณะที่ Tom’s Hardware ก็มีความเห็นเชิงบวกต่อคุณภาพกล้องเช่นกัน

สำหรับฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ หรือคนที่ต้อง Video Call เป็นประจำ นี่อาจเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์กว่าตัวเลข Benchmark เสียอีก

คีย์บอร์ดและ Touchpad ให้ความรู้สึกสมกับความเป็นเรือธง

โน้ตบุ๊กที่ราคาแตะระดับพรีเมียมควรให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีในสิ่งที่เราสัมผัสทุกวัน และ Spectre x360 ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

คีย์บอร์ดขนาดเต็มพร้อมไฟ Backlit ถูกออกแบบมาเพื่อการพิมพ์งานจริงจัง ขณะที่ Touchpad มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่และในรุ่นใหม่ใช้ระบบ Haptic

ทั้ง Laptop Mag, Tom’s Hardware และ Engadget ต่างกล่าวถึงประสบการณ์ใช้งานคีย์บอร์ดของ Spectre x360 ในเชิงบวก แม้ Engadget จะตั้งข้อสังเกตว่า Haptic Touchpad อาจมีจังหวะที่รู้สึกจุกจิกอยู่บ้าง

จุดนี้ทำให้ Spectre x360 ไม่ได้เป็นแค่เครื่องที่วางบนโต๊ะแล้วสวย แต่ยังพยายามทำให้ช่วงเวลาที่ต้องนั่งพิมพ์งานหลายชั่วโมงรู้สึกดีด้วย

สวยก็จริง แต่พอร์ตไม่ได้เยอะตามขนาดความพรีเมียม

ข้อจำกัดหนึ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อคือเรื่องพอร์ต

สเปกของ Spectre x360 14 มี Thunderbolt 4 แบบ USB-C จำนวน 2 พอร์ต, USB Type-A จำนวน 1 พอร์ต และช่องหูฟัง/ไมโครโฟนแบบ Combo

สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับ USB-C ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าคุณเป็นช่างภาพหรือ Creator ที่ต้องเสียบ SD Card, HDMI, External Drive และอุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกัน อาจต้องเตรียม USB-C Hub หรือ Docking Station เพิ่ม

เรื่องจำนวนพอร์ตเป็นหนึ่งในข้อสังเกตของรีวิว Laptop Mag เช่นกัน

นี่จึงเป็นราคาที่ต้องจ่ายเล็ก ๆ ให้กับการทำตัวเครื่องให้บางและดูสะอาดตา

แล้วแบตเตอรี่ล่ะ?

Spectre x360 14 ใช้แบตเตอรี่ 4-cell ขนาด 68Wh ในสเปกซีรีส์ที่ HP ระบุ และรองรับ HP Fast Charge ซึ่ง HP ระบุว่าสามารถชาร์จได้ประมาณ 50% ใน 45 นาทีภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของบริษัท

ส่วนระยะเวลาใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมาก ตั้งแต่ความสว่างหน้าจอ งานที่เปิดอยู่ ไปจนถึงการใช้ OLED และ Refresh Rate สูง

ที่น่าสนใจคือผลการประเมินจากสื่อต่างประเทศไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด โดย Laptop Mag ประเมินแบตเตอรี่ของเครื่องค่อนข้างดี ขณะที่ Engadget มองว่าอยู่ในระดับเฉลี่ย

ดังนั้นถ้าแบตเตอรี่คือปัจจัยอันดับหนึ่ง ควรดูผลทดสอบของคอนฟิกที่กำลังจะซื้อโดยตรงมากกว่าจะอิงจากชื่อ Spectre x360 เพียงอย่างเดียว

HP Spectre x360 เหมาะกับใคร?

Spectre x360 จะโดดเด่นเป็นพิเศษสำหรับคนที่ต้องการเครื่องเดียวทำได้หลายอย่าง

เหมาะกับคนทำงานสาย Creative, Designer, Content Creator, นักธุรกิจ ฟรีแลนซ์ นักศึกษา หรือคนทำงาน Hybrid ที่ต้องพกโน้ตบุ๊กไปประชุมและเปลี่ยนสถานที่ทำงานเป็นประจำ

รวมถึงคนที่อยากได้ Windows Laptop ซึ่งดูสวยพอที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโต๊ะทำงาน ไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยมสีดำที่มีคีย์บอร์ดติดอยู่ด้านล่าง

แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับ Gaming, จำนวนพอร์ตเยอะ ๆ หรือมองหาความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพแบบทุกบาททุกสตางค์ Spectre x360 อาจไม่ใช่คำตอบแรก

เพราะเงินส่วนหนึ่งที่จ่ายไปไม่ได้ซื้อเฉพาะ CPU หรือ RAM

มันซื้อทั้งวัสดุ งานประกอบ หน้าจอ OLED กลไก 2-in-1 กล้องคุณภาพสูง และประสบการณ์ใช้งานโดยรวมด้วย

สรุป: HP Spectre x360 คือโน้ตบุ๊ก 2-in-1 ที่สวยที่สุดหรือไม่?

คำว่า “สวยที่สุด” เป็นเรื่องของรสนิยม และตลาด Premium Laptop ก็มีคู่แข่งที่ออกแบบได้โดดเด่นอีกหลายรุ่น

แต่ถ้าถามว่า HP Spectre x360 มีสิทธิ์เข้าไปอยู่ในบทสนทนาเรื่อง “โน้ตบุ๊ก Windows ที่ออกแบบสวยที่สุด” หรือไม่?

คำตอบคงยากที่จะมองข้ามมัน

ดีไซน์โลหะที่มีเอกลักษณ์ บานพับ 360 องศา หน้าจอ OLED 2.8K 120Hz ประสิทธิภาพจาก Intel Core Ultra กล้อง 9MP และประสบการณ์ใช้งานระดับเรือธง ทำให้ Spectre x360 เป็นมากกว่าโน้ตบุ๊กหน้าตาดี

มันคือเครื่องที่พยายามทำให้คำว่า “Premium” รู้สึกได้ตั้งแต่ตอนเปิดฝาไปจนถึงตอนนั่งทำงาน

ข้อแลกเปลี่ยนคือราคาที่มักสูงกว่ารุ่นทั่วไป พอร์ตที่ไม่ได้มีให้เหลือเฟือ และความสามารถด้านเกมที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันกับโน้ตบุ๊ก Gaming

แต่สำหรับคนที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊ก Windows สักเครื่อง และมีโจทย์ว่า…

“ฉันอยากได้เครื่องแรง จอสวย พับเป็นแท็บเล็ตได้ และต้องดูดีทุกครั้งที่หยิบออกมาใช้”

HP Spectre x360 ก็ยังเป็นหนึ่งในชื่อที่ควรอยู่บนลิสต์อย่างไม่ต้องสงสัย