Table of Contents

หากย้อนเวลากลับไปสัก 15–25 ปี แล้วเดินเข้าไปในร้านคอมพิวเตอร์สักแห่ง ภาพที่เราเห็นอาจแตกต่างจากวันนี้อย่างสิ้นเชิง

บนชั้นวางไม่ได้มีเพียง Acer, ASUS, Lenovo, HP, Dell หรือ MSI อย่างที่เราคุ้นเคย แต่ยังเต็มไปด้วยชื่ออย่าง Compaq, IBM, Toshiba, Sony VAIO, Fujitsu Siemens และ eMachines ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างเคยมีช่วงเวลารุ่งเรือง มีแฟนประจำ และบางรายถึงขั้นเป็นผู้กำหนดทิศทางของวงการคอมพิวเตอร์พกพาเลยทีเดียว

แต่โลกเทคโนโลยีหมุนเร็วเสมอ…

บางบริษัทถูกซื้อกิจการ บางแบรนด์รวมเข้ากับคู่แข่ง บางรายถอนตัวจากตลาดเพราะธุรกิจ PC ทำกำไรยากขึ้น ขณะที่บางชื่อไม่ได้ “ตาย” ไปเสียทีเดียว แต่เปลี่ยนเจ้าของจนเราแทบไม่ได้เห็นชื่อบริษัทเดิมอยู่บนฝาโน้ตบุ๊กอีกแล้ว

วันนี้จึงอยากชวนย้อนความทรงจำไปดูว่า แบรนด์โน้ตบุ๊กดังในอดีตเหล่านี้หายไปไหน และเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง


Compaq — ยักษ์ใหญ่แห่งยุค 90 ที่สุดท้ายกลายเป็นส่วนหนึ่งของ HP

สำหรับคนที่เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงปลายยุค 90 ถึงต้นยุค 2000 ชื่อ Compaq น่าจะคุ้นหูไม่น้อย

Compaq ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1982 และกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายสำคัญของโลก โดยเฉพาะตลาด IBM PC Compatible ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในชื่อที่หลายคนน่าจะจำกันได้คือ Compaq Presario ซึ่งมีทั้งเดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก และได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดผู้ใช้ทั่วไป

ช่วงหนึ่ง Compaq เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิต PC รายใหญ่ที่สุดของโลก แต่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง โดยเฉพาะจากผู้ผลิตอย่าง Dell ประกอบกับการขยายธุรกิจครั้งใหญ่ ทำให้สถานการณ์ของบริษัทซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

ในปี 2002 Hewlett-Packard หรือ HP ได้ควบรวมกิจการกับ Compaq หลังจากนั้นชื่อ Compaq ยังไม่ได้หายไปทันที แต่ถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์บางกลุ่มของ HP ต่ออีกหลายปี ก่อนที่สายผลิตภัณฑ์ Compaq ในตลาดหลักจะค่อย ๆ ถูกยุติลงราวปี 2013

พูดง่าย ๆ คือ…

Compaq ไม่ได้แพ้จนหายไปในชั่วข้ามคืน แต่มันค่อย ๆ ถูกหลอมรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ HP จนชื่อที่เคยยิ่งใหญ่ในยุค 90 เหลือไว้เพียงความทรงจำของคนใช้คอมพิวเตอร์ยุคนั้น


eMachines — เจ้าพ่อคอมราคาประหยัดที่ถูกกลืนหายไปกับยุค Post-PC

ชื่อ eMachines อาจไม่หรูหราเท่า Sony หรือ IBM แต่ช่วงปลายยุค 90 แบรนด์นี้ถือว่าน่าสนใจมาก

eMachines เกิดขึ้นในปี 1998 โดยจับตลาดคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดเป็นหลัก แนวคิดของแบรนด์ค่อนข้างตรงไปตรงมา คือทำ PC ที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้ในราคาถูก

กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงแรกบริษัทสามารถขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ขาย PC รายสำคัญของตลาดสหรัฐฯ ได้

ต่อมา eMachines เริ่มมีโน้ตบุ๊กออกสู่ตลาดด้วย รวมถึงโน้ตบุ๊กที่ใช้ AMD Mobile Athlon 64 ในช่วงต้นยุค 2000

แต่เส้นทางของบริษัทเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อ Gateway เข้าซื้อ eMachines ในปี 2004 ก่อนที่ Gateway เองจะถูก Acer ซื้อกิจการในปี 2007

เท่ากับว่าในเวลาไม่กี่ปี eMachines เปลี่ยนบ้านถึงสองครั้ง

สุดท้ายในเดือนมกราคม 2013 Acer ยืนยันว่าจะยุติแบรนด์ eMachines และจะไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อนี้อีกต่อไป

จากแบรนด์ที่เคยสร้างชื่อด้วยคำว่า “คอมพิวเตอร์ราคาถูกสำหรับทุกคน” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่ถูกกระแสการเปลี่ยนแปลงของตลาด PC พัดหายไป


Fujitsu Siemens — เมื่อสองยักษ์ญี่ปุ่นและเยอรมันจับมือกัน ก่อนจะแยกทาง

ใครเคยเดินดูโน้ตบุ๊กในช่วงต้นถึงกลางยุค 2000 โดยเฉพาะในตลาดยุโรป น่าจะเคยเห็นโลโก้ที่มีชื่อยาวเป็นพิเศษอย่าง Fujitsu Siemens Computers

บริษัทนี้เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง Fujitsu จากญี่ปุ่นและ Siemens จากเยอรมนีในปี 1999 โดยมีเป้าหมายสร้างบริษัทคอมพิวเตอร์รายใหญ่สำหรับตลาดยุโรป

Fujitsu Siemens มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ เครื่องพีซี ไปจนถึงโน้ตบุ๊ก โดยหนึ่งในตระกูลที่คนไทยบางส่วนอาจเคยเห็นก็คือ AMILO

แต่ชื่อ Fujitsu Siemens อยู่ได้ประมาณสิบปีเท่านั้น

ในปี 2009 Fujitsu ซื้อหุ้นส่วนของ Siemens ที่เหลืออยู่ ทำให้บริษัทกลายเป็นของ Fujitsu เต็มตัว และชื่อบริษัทก็เปลี่ยนเป็น Fujitsu Technology Solutions

ดังนั้น Fujitsu Siemens ไม่ได้ล้มละลายหรือปิดบริษัทแบบฉับพลัน แต่เป็นกรณีคลาสสิกของแบรนด์ที่หายไปเพราะ โครงสร้างการถือหุ้นและยุทธศาสตร์ของบริษัทแม่เปลี่ยนแปลง

โลโก้สองชื่อที่เคยอยู่เคียงข้างกันบนฝาโน้ตบุ๊กจึงจบลงนับตั้งแต่นั้น


Digital / DEC — ตำนานวงการคอมพิวเตอร์ก่อนจะถูก Compaq ซื้อกิจการ

ย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีกนิด เราจะพบชื่อ Digital Equipment Corporation หรือ DEC

ในยุคหนึ่ง DEC ถือเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์ระดับตำนาน และเคยเป็นผู้เล่นรายใหญ่มากของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในโลกของมินิคอมพิวเตอร์และระบบสำหรับองค์กร

DEC ไม่ได้มีแต่เครื่องขนาดใหญ่ เพราะบริษัทยังเคยทำโน้ตบุ๊กในตระกูล Digital HiNote ซึ่งถือว่ามีดีไซน์และเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากสำหรับยุคนั้น

แต่เมื่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เปลี่ยนจากระบบเฉพาะทางไปสู่ PC มาตรฐานมากขึ้น DEC เริ่มเผชิญการแข่งขันหนัก

จุดจบในฐานะบริษัทอิสระมาถึงในปี 1998 เมื่อ Compaq เข้าซื้อ Digital Equipment Corporation ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นหนึ่งในดีลขนาดใหญ่ที่สุดของวงการคอมพิวเตอร์

และเรื่องราวก็ยิ่งน่าสนใจตรงที่…

DEC ถูก Compaq ซื้อในปี 1998 ก่อนที่ Compaq เองจะไปควบรวมกับ HP ในปี 2002

ถ้ามองเป็นสายตระกูลก็เหมือนแบรนด์หนึ่งถูกกลืนเข้าไปในอีกแบรนด์ แล้วแบรนด์นั้นก็ถูกหลอมรวมเข้าไปในบริษัทที่ใหญ่กว่าอีกทอดหนึ่ง

นี่คือภาพสะท้อนของยุครวมกิจการในอุตสาหกรรม PC ได้เป็นอย่างดี


IBM ThinkPad — IBM หายไปจากฝาเครื่อง แต่ ThinkPad ยังไม่ตาย

ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊กธุรกิจระดับตำนาน ชื่อ ThinkPad ต้องติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน

IBM เปิดตัว ThinkPad ในปี 1992 โดยหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญคือเครื่องสีดำทรงเรียบง่ายและปุ่ม TrackPoint สีแดงกลางคีย์บอร์ด

ThinkPad ประสบความสำเร็จอย่างมากจนภายในปี 2000 กลายเป็นโน้ตบุ๊กที่ขายดีที่สุดในโลกตามข้อมูลประวัติของ IBM

หลายคนจึงผูกภาพ ThinkPad เข้ากับตัวอักษรสามตัวอย่าง IBM อย่างแยกไม่ออก

แต่สถานการณ์ธุรกิจ PC เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ กำไรต่อเครื่องลดลง และ IBM หันไปให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ บริการ และธุรกิจสำหรับองค์กรมากขึ้น

ปี 2005 IBM จึงขายธุรกิจ Personal Computing Division ให้กับ Lenovo โดยดีลดังกล่าวรวมถึง ThinkPad ด้วย

นั่นหมายความว่า ThinkPad ไม่ได้หายไปไหน

มันยังคงอยู่ และยังขายมาจนถึงปัจจุบันภายใต้ Lenovo

สิ่งที่หายไปคือภาพของ “IBM Notebook”

คนรุ่นใหม่อาจมอง ThinkPad แล้วนึกถึง Lenovo เป็นอันดับแรก แต่สำหรับคนที่เคยใช้ ThinkPad 600, T20, T40 หรือ X Series รุ่นเก่า ตัวอักษร IBM บนฝาเครื่องยังเป็นภาพจำที่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก


Sony VAIO — จากโน้ตบุ๊กแฟชั่นแห่งยุค สู่วันที่ Sony เลิกทำ PC

ถ้า ThinkPad เป็นตัวแทนของความจริงจังในโลกธุรกิจ Sony VAIO ก็น่าจะเป็นอีกขั้วหนึ่งของโลกโน้ตบุ๊ก

VAIO เป็นคอมพิวเตอร์ที่ Sony พยายามผสมโลกของ PC เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านภาพ เสียง และความบันเทิงของตัวเอง

VAIO เปิดตัวครั้งแรกในสหรัฐฯ ในปี 1996 และในปี 1997 Sony ก็เปิดตัว VAIO Series ในญี่ปุ่นพร้อมทั้งเดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก

ช่วงรุ่งเรืองของ VAIO มีเครื่องที่โดดเด่นออกมามากมาย ทั้งโน้ตบุ๊กบางเบา เครื่องจอเล็ก รวมถึงดีไซน์ที่แตกต่างจาก PC สีเทาและสีดำของคู่แข่งในยุคนั้นอย่างชัดเจน

สำหรับหลายคน Sony VAIO ไม่ได้เป็นเพียงคอมพิวเตอร์ แต่เป็นสินค้าแฟชั่นชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม ตลาด PC ในช่วงต้นทศวรรษ 2010 เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ขณะที่ Sony เองกำลังปรับโครงสร้างธุรกิจ

ปี 2014 Sony จึงตัดสินใจถอนตัวจากธุรกิจ PC และขายธุรกิจ VAIO ให้กับบริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ Japan Industrial Partners โดย Sony ระบุว่าจะยุติการวางแผน ออกแบบ พัฒนา ผลิต และจำหน่าย PC หลังผลิตภัณฑ์รุ่น Spring 2014

แต่ต้องเน้นตรงนี้ว่า…

VAIO ไม่ได้ตาย

VAIO Corporation เริ่มดำเนินธุรกิจในเดือนกรกฎาคม 2014 และยังคงพัฒนา PC ต่อภายใต้บริษัทใหม่

สิ่งที่สิ้นสุดลงคือยุคของ “Sony VAIO”

ดังนั้นถ้าคุณยังคิดถึงโลโก้ VAIO คู่กับคำว่า Sony อยู่เสมอ คุณไม่ได้จำผิด เพียงแต่ยุคนั้นได้จบลงไปแล้วเท่านั้นเอง


Toshiba — ผู้บุกเบิก Laptop ที่สุดท้ายถอนตัวจากธุรกิจ PC

เรื่องของ Toshiba อาจเป็นหนึ่งในเรื่องที่ชวนให้รู้สึกเสียดายที่สุด

เพราะ Toshiba ไม่ใช่แค่บริษัทที่ “เคยทำโน้ตบุ๊ก”

บริษัทนี้อยู่ในประวัติศาสตร์ของการกำเนิดตลาด Laptop เลยทีเดียว

ปี 1985 Toshiba เปิดตัว T1100 ในยุโรป ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการสร้างตลาด Laptop PC และภายหลัง T1100 ยังได้รับการรับรองเป็น IEEE Milestone อีกด้วย

หลังจากนั้น Toshiba ก็สร้างชื่อผ่านโน้ตบุ๊กหลายตระกูล

ไม่ว่าจะเป็น Satellite, Tecra, Portégé, Libretto หรือ Qosmio

ช่วงหนึ่งชื่อ Toshiba แทบจะเป็นคำที่มาคู่กับคำว่า Laptop โดยในปี 1997 บริษัทประกาศว่าสามารถทำยอดส่งมอบคอมพิวเตอร์พกพาสะสมทั่วโลกได้ถึง 10 ล้านเครื่อง

แต่เวลาผ่านไป ตลาด PC เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล

ในปี 2018 Toshiba ขายหุ้น 80.1% ของธุรกิจ PC หรือ Toshiba Client Solutions ให้กับ Sharp หลังจากนั้นบริษัทถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Dynabook

และในปี 2020 Toshiba ขายหุ้นที่เหลืออีก 19.9% ให้ Sharp ทำให้ Dynabook กลายเป็นบริษัทลูกของ Sharp แบบเต็มตัว

จึงถือเป็นการปิดฉากการทำธุรกิจ PC ของ Toshiba หลังจากมีบทบาทในตลาดนี้มายาวนานกว่า 30 ปี

ที่น่าสนใจคือ Dynabook ยังอยู่ แต่ Toshiba ในฐานะเจ้าของธุรกิจโน้ตบุ๊กได้เดินออกจากเวทีไปแล้ว


ทำไมแบรนด์โน้ตบุ๊กดัง ๆ ถึงหายไปพร้อมกันมากขนาดนี้?

เมื่อนำเรื่องราวทั้งหมดมาวางต่อกัน จะพบว่าสาเหตุไม่ได้มีเพียงคำง่าย ๆ ว่า “ขายไม่ดี”

อุตสาหกรรม PC ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก

จากสินค้าที่แต่ละบริษัทสามารถสร้างความแตกต่างและตั้งราคาสูงได้ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลค่อย ๆ กลายเป็นตลาดที่ใช้ชิ้นส่วนพื้นฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น การแข่งขันด้านราคาจึงรุนแรง และกำไรต่อเครื่องลดลง

IBM เองกล่าวถึงการที่ธุรกิจ PC กลายเป็นสินค้าแบบ Commodity ก่อนตัดสินใจขายธุรกิจให้ Lenovo ขณะที่ Sony กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม PC และเลือกหันไปทุ่มทรัพยากรให้ธุรกิจอื่น ส่วน Acer ก็ปรับยุทธศาสตร์แบรนด์ในช่วงที่ตลาดเข้าสู่ยุคที่อุปกรณ์อย่างสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลาดซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีผู้เล่นนับสิบ จะค่อย ๆ เหลือบริษัทขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย

บางชื่อถูกซื้อ

บางชื่อถูกรวม

บางชื่อถูกเปลี่ยน

และบางชื่อก็หายไปตลอดกาล


จากโลโก้บนฝาเครื่อง สู่ความทรงจำของคนยุคหนึ่ง

สิ่งที่น่าสนใจของการย้อนดูโน้ตบุ๊กเก่าอาจไม่ใช่แค่ CPU กี่ MHz, RAM กี่ MB หรือฮาร์ดดิสก์กี่ GB

แต่คือการได้เห็นว่า ชื่อบริษัทที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนจะไม่มีวันหายไป ก็สามารถกลายเป็นประวัติศาสตร์ได้

Compaq เคยเป็นยักษ์ใหญ่ แต่วันนี้เราแทบไม่เห็นชื่อบน PC รุ่นใหม่ในตลาดหลัก

eMachines เคยสร้างชื่อจากคอมพิวเตอร์ราคาประหยัด ก่อนถูกยุติแบรนด์

Fujitsu Siemens เคยเป็นการจับมือระหว่างสองบริษัทเทคโนโลยีใหญ่จากสองทวีป ก่อนชื่อจะหายไปหลังทั้งสองฝ่ายแยกทาง

IBM เคยเป็นชื่อที่อยู่คู่กับ ThinkPad แต่วันนี้ ThinkPad อยู่กับ Lenovo

Sony ออกจากธุรกิจ PC แต่ VAIO ยังคงเดินหน้าต่อ

ส่วน Toshiba จากบริษัทผู้บุกเบิกตลาด Laptop ก็ส่งต่อธุรกิจให้ Sharp และ Dynabook

โลกของเทคโนโลยีจึงไม่มีคำว่า “อยู่ตลอดไป”

และบางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการกลับไปเห็นโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าสักเครื่องในวันนี้ ถึงทำให้เรารู้สึกพิเศษ

เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงคอมพิวเตอร์เก่า ๆ เครื่องหนึ่ง

แต่มันคือ ชิ้นส่วนของยุคสมัย ที่ครั้งหนึ่งชื่อเหล่านี้เคยยิ่งใหญ่อยู่บนฝาโน้ตบุ๊กของพวกเรา

แล้วคุณล่ะ… เคยใช้โน้ตบุ๊กแบรนด์ไหนในบทความนี้บ้าง? และถ้าเลือกให้แบรนด์หนึ่งกลับมาในแบบยุครุ่งเรืองได้อีกครั้ง คุณอยากเห็นชื่อไหนมากที่สุด?