หากย้อนเวลากลับไปในช่วงปลายยุค 90 จนถึงประมาณปี 2000–2010 ชื่อของ VAIO ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์โน้ตบุ๊กที่คนรักเทคโนโลยีคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ในยุคที่โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่มักมีหน้าตาคล้าย ๆ กัน ตัวเครื่องหนา สีดำหรือสีเทา และเน้นการใช้งานเป็นหลัก VAIO กลับเลือกเดินอีกทาง ด้วยการนำเรื่อง ดีไซน์ ความบาง ความพรีเมียม และไลฟ์สไตล์ เข้ามารวมกับคอมพิวเตอร์พกพา
จนทำให้ VAIO ในเวลานั้นไม่ได้เป็นแค่ “โน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง” แต่กลายเป็นของที่หลายคนอยากมีติดตัวไว้บนโต๊ะทำงาน
จุดเริ่มต้นของชื่อ VAIO
VAIO ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ Sony ในปี 1996 โดยชื่อ VAIO เดิมมาจากคำว่า Video Audio Integrated Operation ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ Sony ที่ต้องการผสานโลกของคอมพิวเตอร์เข้ากับภาพ เสียง และความบันเทิง
สิ่งที่หลายคนน่าจะยังจำได้ก็คือ โลโก้ VAIO ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
ตัวอักษร “VA” ถูกออกแบบให้ดูคล้ายกับคลื่นสัญญาณ Analog ขณะที่ “IO” สื่อถึงเลข 1 และ 0 ของระบบ Digital
เรียกได้ว่าแม้แต่โลโก้ก็ยังถูกออกแบบมาให้มีความหมายซ่อนอยู่
ยุคที่การถือ VAIO ดู “เท่” กว่าโน้ตบุ๊กทั่วไป
ในอดีต การเห็นใครหยิบ VAIO ออกมาจากกระเป๋า มักทำให้คนรอบข้างต้องเหลียวมอง
โดยเฉพาะช่วงปี 2000 เป็นต้นมา Sony เปิดตัว VAIO หลากหลายซีรีส์ ตั้งแต่โน้ตบุ๊กสำหรับการทำงานทั่วไป ไปจนถึงรุ่นบางเบาและรุ่นระดับไฮเอนด์
จุดเด่นสำคัญคือการออกแบบที่แตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน
VAIO หลายรุ่นมาพร้อมตัวเครื่องสีเงิน สีดำ สีขาว รวมถึงสีสันที่ดูแฟชั่นมากขึ้น ขณะที่บางรุ่นเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมเพื่อลดน้ำหนักของตัวเครื่อง
ในยุคนั้นที่คำว่า “Ultrabook” ยังไม่กลายเป็นคำที่คนคุ้นเคย VAIO ก็เริ่มทดลองทำโน้ตบุ๊กบางเบามานานแล้ว
VAIO P Series เครื่องเล็กที่คนยุคนั้นต้องหันมอง
หนึ่งในรุ่นที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าของ Sony ได้อย่างดีคือ VAIO P Series
มันเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีหน้าจอประมาณ 8 นิ้ว ตัวเครื่องมีทรงยาวและบางจนดูคล้ายอุปกรณ์จากโลกอนาคต
ในช่วงเวลาที่ Netbook กำลังได้รับความนิยม VAIO P เลือกจะไม่เดินตามสูตรของตลาด แต่สร้างผลิตภัณฑ์ที่ดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
แม้ประสิทธิภาพของมันอาจไม่ได้เหมาะกับงานหนัก แต่ในแง่ของดีไซน์ VAIO P ถือเป็นหนึ่งในเครื่องที่คนเล่นคอมพิวเตอร์ยุคนั้นจดจำได้จนถึงทุกวันนี้
มันเป็นหนึ่งในตัวอย่างของยุคที่ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ยังกล้าที่จะ “ทดลอง” กับรูปร่างของโน้ตบุ๊กมากกว่าที่เราเห็นในปัจจุบัน
VAIO Z ความฝันของคนอยากได้โน้ตบุ๊กบางและแรง
ถ้า VAIO P คือรุ่นที่สร้างความแปลกใหม่ VAIO Z ก็ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่แสดงถึงความพรีเมียมของแบรนด์
VAIO Z หลายเจเนอเรชันขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักที่เบา วัสดุคุณภาพสูง และสเปกที่ค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง
แน่นอนว่าสิ่งที่มาพร้อมกันก็คือ “ราคา”
ในยุคนั้น VAIO โดยเฉพาะรุ่นระดับบนมักมีราคาสูงกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปพอสมควร จนบางครั้งกลายเป็นเครื่องในฝันของนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานสายเทคโนโลยี
หลายคนจึงอาจจำ VAIO ได้ในภาพเดียวกับโทรศัพท์ Sony Ericsson, เครื่องเล่นเพลง Walkman หรือกล้อง Cyber-shot
ทั้งหมดคือผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนยุคทองของ Sony ในตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค
เมื่อคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีดีแค่ “สเปก”
สิ่งที่ทำให้ VAIO มีเสน่ห์อาจไม่ใช่เรื่องของ CPU, RAM หรือความจุฮาร์ดดิสก์เพียงอย่างเดียว
แต่คือแนวคิดที่ว่า
คอมพิวเตอร์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ได้
Sony พยายามทำให้โน้ตบุ๊กเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ใช้รู้สึกอยากพกไปด้วย ไม่ต่างจากโทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายรูป
จึงไม่น่าแปลกที่ VAIO หลายรุ่นจะให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น รูปทรงของเครื่อง สีของตัวถัง ตำแหน่งปุ่ม ไปจนถึงไฟแสดงสถานะต่าง ๆ
สิ่งเหล่านี้อาจดูธรรมดาในปัจจุบัน แต่ในเวลานั้นถือเป็นจุดที่ทำให้ VAIO ดูแตกต่างอย่างชัดเจน
วันที่ VAIO แยกออกจาก Sony
หลังจากอยู่ภายใต้ Sony มานานเกือบสองทศวรรษ ในปี 2014 Sony ตัดสินใจขายธุรกิจคอมพิวเตอร์ VAIO ออกไป
นับเป็นข่าวใหญ่สำหรับคนที่ติดตามวงการคอมพิวเตอร์ในเวลานั้น เพราะชื่อ Sony VAIO เป็นชื่อที่อยู่คู่ตลาดโน้ตบุ๊กมานานมาก
หลังจากนั้น VAIO ยังคงดำเนินธุรกิจต่อในฐานะบริษัทแยกต่างหาก และยังมีการพัฒนาโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ออกมา
แต่สำหรับคนที่เติบโตมากับเทคโนโลยีในยุค 2000 ชื่อ VAIO มักจะถูกจดจำคู่กับชื่อ Sony อยู่เสมอ
ทำไมคนยังคิดถึง VAIO?
ทุกวันนี้ตลาดโน้ตบุ๊กมีตัวเลือกมากมาย เครื่องระดับกลางก็สามารถบาง เบา และแรงกว่านโน้ตบุ๊กระดับสูงในอดีตหลายเท่า
แต่สิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยีใหม่อาจให้ไม่ได้คือ ความรู้สึกของยุคนั้น
ยุคที่เรายังตื่นเต้นกับโน้ตบุ๊กที่บางลงไม่กี่มิลลิเมตร
ยุคที่การเห็นคอมพิวเตอร์สีแปลก ๆ ก็ถือเป็นเรื่องใหม่
ยุคที่การเดินเข้าแผนกคอมพิวเตอร์ในห้าง แล้วได้ลองเปิดฝา VAIO ขึ้นมา ก็ทำให้หลายคนยืนเล่นอยู่ได้เป็นเวลานาน
และอาจเป็นยุคที่หลายคนเคยพูดกับตัวเองว่า
“ถ้ามีเงินเมื่อไร จะซื้อ VAIO สักเครื่อง”
สุดท้ายแล้ว VAIO อาจไม่ได้เป็นโน้ตบุ๊กที่ขายดีที่สุดในทุกยุค และอาจไม่ใช่เครื่องที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อวัดจากสเปกต่อราคา
แต่มันเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กที่ทำให้เราเห็นว่า
เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องมีแค่ประสิทธิภาพ แต่มันสามารถมีตัวตน มีดีไซน์ และสร้างความรู้สึกให้กับเจ้าของได้
และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี
เมื่อเห็นโลโก้ VAIO บนฝาโน้ตบุ๊กเครื่องเก่า
เรายังอดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งที่โน้ตบุ๊กแบรนด์นี้เคยเป็น “ของที่ใครหลายคนอยากมี” อยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเอง