หลายคนซื้อโน้ตบุ๊คมาใช้งานด้วยความตั้งใจว่าจะให้อยู่กับเราไปนาน ๆ อย่างน้อย 4–5 ปี แต่ใช้งานไปได้ไม่นานกลับเริ่มเจออาการเครื่องร้อน แบตเสื่อม พัดลมดัง เครื่องช้า หรือบางเครื่องหนักถึงขั้นเปิดไม่ติด
ความจริงแล้ว สาเหตุอาจไม่ได้มาจากคุณภาพของโน้ตบุ๊คเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน โดยไม่รู้ว่ากำลังเร่งให้อุปกรณ์เสื่อมเร็วขึ้น
ลองเช็กกันดูว่า คุณกำลังมี 5 นิสัยนี้อยู่หรือเปล่า
1. วางโน้ตบุ๊คบนเตียงหรือหมอนเป็นประจำ
หลายคนชอบเอาโน้ตบุ๊คขึ้นไปดูหนัง เล่นเกม หรือทำงานบนเตียง เพราะสะดวกและสบาย แต่พื้นผิวนุ่มอย่างผ้าห่ม หมอน หรือที่นอน อาจไปปิดช่องระบายอากาศบริเวณใต้เครื่อง
เมื่ออากาศไหลเวียนไม่ดี ความร้อนภายในเครื่องก็จะสะสมมากขึ้น พัดลมต้องทำงานหนัก และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ รวมถึงชิ้นส่วนภายในเครื่องในระยะยาว
ทางที่ดี: ควรวางโน้ตบุ๊คบนโต๊ะหรือพื้นผิวแข็งเรียบ หากจำเป็นต้องใช้บนเตียง ลองใช้โต๊ะรองโน้ตบุ๊คหรือแท่นวางที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น
2. ใช้งานจนแบตหมดเกลี้ยงบ่อย ๆ
บางคนมีความเชื่อว่า ต้องใช้แบตเตอรี่ให้หมดก่อนแล้วค่อยชาร์จใหม่ แต่สำหรับโน้ตบุ๊คสมัยใหม่ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนหรือลิเธียมโพลิเมอร์ การปล่อยให้แบตลดลงจนใกล้ 0% อยู่บ่อย ๆ ไม่ได้ช่วยถนอมแบตเตอรี่
ในทางกลับกัน การปล่อยแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับต่ำมากเป็นประจำ อาจเพิ่มภาระให้กับแบตเตอรี่และทำให้ความจุลดลงเร็วขึ้นตามรอบการใช้งาน
ทางที่ดี: ไม่จำเป็นต้องรอให้แบตหมดค่อยชาร์จ หากสะดวกสามารถเสียบชาร์จได้ตั้งแต่แบตเหลือประมาณ 20–30% และโน้ตบุ๊คบางรุ่นยังมีโหมดจำกัดระดับการชาร์จเพื่อช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ด้วย
3. ปิดฝาแล้วยัดใส่กระเป๋าทันที
ใช้งานเสร็จแล้วรีบไปประชุมต่อ หลายคนจึงปิดฝาโน้ตบุ๊คแล้วใส่กระเป๋าทันที แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ บางครั้งการปิดฝาไม่ได้หมายความว่าเครื่องปิดสนิท
เครื่องอาจยังอยู่ในโหมด Sleep และมีบางโปรแกรมทำงานอยู่เบื้องหลัง หากเครื่องตื่นขึ้นมาเองขณะอยู่ในกระเป๋าที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ความร้อนอาจสะสมอย่างรวดเร็ว
เคยหยิบโน้ตบุ๊คออกจากกระเป๋าแล้วรู้สึกว่าเครื่องร้อนผิดปกติไหม? นี่อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุ
ทางที่ดี: หากต้องเดินทางนาน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องเข้าสู่ Sleep หรือ Hibernate เรียบร้อยแล้ว หรือเลือก Shut down หากไม่ได้ใช้งานต่อเป็นเวลานาน
4. กินข้าวและดื่มน้ำข้างโน้ตบุ๊คเป็นประจำ
กาแฟหนึ่งแก้วกับโน้ตบุ๊คอาจเป็นภาพที่คุ้นเคยของคนทำงาน แต่ก็เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ทำให้คอมพิวเตอร์เสียหายหนักที่สุดได้เช่นกัน
ของเหลวเพียงเล็กน้อยที่หกลงบนคีย์บอร์ดสามารถไหลเข้าไปถึงวงจรภายในได้ และหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ความเสียหายอาจลามไปถึงเมนบอร์ดซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมค่อนข้างสูง
เศษอาหารก็ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถตกลงไประหว่างปุ่มคีย์บอร์ด ทำให้ปุ่มกดติด หรือสะสมเป็นคราบสกปรกได้
ทางที่ดี: ถ้าต้องมีเครื่องดื่มบนโต๊ะ ควรวางให้ห่างจากตัวเครื่อง และเลือกแก้วหรือขวดที่มีฝาปิดเพื่อลดความเสี่ยง
5. ไม่เคยทำความสะอาดเครื่องเลย
โน้ตบุ๊คอาจดูสะอาดจากภายนอก แต่ภายในสามารถสะสมฝุ่นได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะบริเวณช่องระบายอากาศและพัดลม
เมื่อฝุ่นสะสมมากขึ้น ระบบระบายความร้อนจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องร้อนง่าย พัดลมหมุนแรงขึ้น และประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อเครื่องต้องควบคุมอุณหภูมิ
นอกจากนี้ คีย์บอร์ด หน้าจอ และพอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ก็ควรได้รับการดูแลเป็นระยะเช่นกัน
ทางที่ดี: เช็ดทำความสะอาดภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และหากใช้งานมานานหรือพบว่าเครื่องร้อนและพัดลมดังผิดปกติ อาจนำเครื่องไปให้ช่างตรวจสอบและทำความสะอาดระบบระบายความร้อน
ใช้โน้ตบุ๊คให้ถูกวิธี อาจช่วยประหยัดค่าซ่อมได้อีกเยอะ
โน้ตบุ๊คเป็นอุปกรณ์ที่เราใช้งานแทบทุกวัน และหลายครั้งสิ่งที่ทำให้อายุการใช้งานสั้นลงไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่ ๆ แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็กน้อยที่สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ลองเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น ไม่วางเครื่องบนที่นอน ไม่ปล่อยแบตหมดบ่อย ระวังของเหลว และดูแลเรื่องความร้อนให้ดี เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่โน้ตบุ๊คจะเสื่อมก่อนเวลาได้มากขึ้น
ลองเช็กดูว่า 5 ข้อนี้ คุณเผลอทำไปแล้วกี่ข้อ? ถ้ามีข้อไหนทำเป็นประจำ วันนี้อาจเป็นวันที่เหมาะที่สุดในการเริ่มเปลี่ยนนิสัย ก่อนที่จะต้องเสียเงินค่าซ่อมโดยไม่จำเป็น